
น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ร่างกายขาดไม่ได้ โดยปริมาณน้ำในร่างกายคิดเป็น 60-70% หรือประมาณ 2 ใน 3 ของน้ำหนักตัว หากขาดน้ำเซลล์ในร่างกายจะเริ่มแห้ง สังเกตได้จากผิวหนังที่จะเริ่มขาดความชุ่มชื้น แห้งกรัง และตกสะเก็ด ดังนั้น การดื่มน้ำจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่เราควรให้ความสำคัญ แล้วต้องดื่มน้ำมากแค่ไหนถึงจะพอดีกับร่างกาย ? ต้องดื่มตอนไหน อย่างไรบ้าง ? น้ำอุ่นหรือน้ำเย็นดีกว่ากัน ? คำตอบของทุกปัญหาคาใจอยู่ในบทความนี้แล้ว
ปริมาณน้ำที่ควรดื่มต่อวัน
โดยปกติแล้ว 20% ของน้ำที่ร่างกายต้องการจะมาจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไปในแต่ละวัน ส่วนอีก 80% มาจากน้ำดื่มและเครื่องดื่มที่ควรบริโภคให้เพียงพอในแต่ละวัน โดยปริมาณน้ำที่เหมาะสมของแต่ละคนนั้นจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว ซึ่งคำนวณได้จากสูตรนี้
“น้ำหนักตัว (กก.) / 30 = จำนวนลิตรต่อวัน”
เช่น น้ำหนักตัว 60 กก. / 30 = 2 ลิตร/วัน
* หากเป็นผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ ควรดื่มน้ำให้มากกว่าปริมาณที่แนะนำ
ดื่มน้ำเย็นหรือน้ำอุ่นดีกว่ากัน ?
หลายคนชอบดื่มน้ำเย็นเพราะทำให้รู้สึกชื่นใจ แต่การดื่มน้ำเย็นทำให้ระบบภายในของร่างกายต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อปรับอุณหภูมิของน้ำให้เท่ากับอุณภูมิของร่างกาย จึงอาจทำให้ร่างกายของผู้ที่ดื่มน้ำเย็นเป็นประจำอ่อนแอกว่าผู้ที่ดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำที่มีอุณหภูมิห้องเป็นประจำ
ดังนั้น น้ำที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเรามากที่สุด คือ น้ำในอุณหภูมิห้อง
น้ำอะไรควรดื่ม และไม่ควรดื่ม
น้ำอัดลม น้ำผลไม้ น้ำเปล่า น้ำหวาน ทั้งหมดก็คือน้ำเหมือนกัน ดื่มแล้วช่วยดับกระหายได้ไม่ต่างกัน แต่การดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำนั้นสร้างภาระหนักให้กับไตในการกรองเอาเฉพาะน้ำที่สะอาดเท่านั้น
ส่วนการดื่มน้ำผลไม้อาจได้ประโยชน์จากวิตามินก็จริง แต่แนะนำว่าเลือกดื่มน้ำผลไม้คั้นสดที่ไม่เติมน้ำตาลดีกว่า เพราะการบริโภคน้ำตาลปริมาณมาก อาจส่งผลให้เกิดโรคเบาหวานและโรคอ้วนได้ ทางที่ดีดื่มแค่น้ำเปล่าที่ผ่านการกรองอย่างสะอาดหรือผ่านการต้มสุกก็เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้ว
เวลาไหนควรดื่ม เวลาไหนไม่ควรดื่ม
- ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 1 แก้วหลังตื่นนอน แต่ไม่ควรดื่มน้ำก่อนนอน เพราะอาจต้องตื่นมาปัสสาวะกลางดึก
- ไม่ควรดื่มน้ำมากเกินไปก่อนรับประทานอาหาร 15 นาที และหลังรับประทานอาหาร 45 นาที โดยควรดื่มหลังจากรับประทานไปแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง เพราะการดื่มน้ำทันทีหลังรับประทานอาหารเสร็จจะไปรบกวนการทำงานของระบบย่อยอาหาร
- สำหรับผู้ที่เล่นกีฬาควรดื่มน้ำทุก ๆ 15 นาที เพื่อป้องกันสภาวะขาดน้ำซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยควรใช้วิธีจิบน้ำทีละนิดแทนการดื่มครั้งละมาก ๆ เพื่อป้องกันอาการจุก
ขอบคุณข้อมูลจาก : hsri.or.th / hd.co.th / thaihealth.or.th / pharmacy.mahidol.ac.th
ภญ.ดิศรินทร์ รัมพณีนิล
ภ.43692
ผู้เขียน